ตอนแรกก็มีบล็อกของตัวเองอยู่บล็อกหนึ่ง ซึ่งที่ทำบล็อกขึ้นมาครั้งแรกก็เหมือนกับสถานที่ระบายอารมณ์ของเราคล้ายไดอารี่ ต่อมาพอไปชอบศิลปินอยู่กลุ่ม บล็อกที่ว่านั้นก็กลายเป็นแหล่งรวบรวมภาพ ข่าว และอารมณ์กรี๊ดกร๊าดของไปตามประสาวัยรุ่น ครั้นแล้วหลังจากนั้นก็มีอันต้องอพยพนิวาสถานไปเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศเกาหลี บล็อกนั้นก็เลยกลายเป็นไดอารี่บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ที่ได้พานพบเมื่อตอนไปอยู่เกาหลีแบบ survival สุดๆ แต่พอหลังจากนั้นก็เริ่มคิดได้ว่า ไหนๆก็เขียนไดอารี่ใส่สมุดทุกวันเกี่ยวกับการใช้ชีวิตตอนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ที่โซล ทำไมไม่ลองทำบล็อกที่รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเหล่านั้นมา อาจจะเพื่อความสนุกหรือสนองตัณหาของตัวเอง แต่ก็อยากล่ะเนอะ ^^
 
ขอเรียกตัวเองว่าเนฟนะคะ มันย่อมาจากคำว่า Nefin ตอนเอาชื่อนี้มาใช้ไม่ยักจำได้แต่ลางๆว่าจะเป็นภาษาโบราณสักประเทศนั่นแหละค่ะที่แปลว่า "ฤดูร้อน" ซึ่งแค่ชื่อก็รู้สึกว่าสดใสเสียแล้วก็เลยคิดว่าเอามาใช้จะได้เพิ่มความสดใสให้แก่ตัวเอง (จริงๆหมองหม่นมากค่ะ "ฤดูร้อน" คนนี้)
 
.
 
.
 
.
 
แนะนำตัวเองบ้างนะคะ หรือใครอ่านแล้วอยากแนะนำตัวเองบ้างก็เชิญค่ะ อยากรู้จักทุกคน ^^
 
ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิคของ Hermann Hesse ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง "Demian" กับ "สิทธารถะ" ตอนนี้กำลังหลงใหลแนวคิดปรัชญาจากเรื่อง "The Picture of Dorian Gray" ของ Oscar Wilde อย่างหนักถึงขั้นซื้อมาอ่านซ้ำทั้งเวอร์ชั่นไทยและอังกฤษ (แม้จะอ่านอังกฤษไม่ค่อยออกก็ตาม) ล่าสุดเพิ่งจะอ่านวรรณกรรมเรื่อง The Foundation ของ Isaac Asimov จบครบสิบเล่ม หลังจากที่ใช้เวลาอ่านมานานถึง 4 ปีเต็ม อยากจะกลับไปอ่านอีกเพราะสนุกดีแต่คงไม่ไหวแล้วเพราะยาวเกินและอ่านยากมาก อ้อ! แล้วก็ชอบงานเขียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทุกประเภทของศาสตราจารย์ Stephen William Hawking ด้วย (ปลื้ม A Brief History of Time เป็นพิเศษ)
 
แต่เห็นชอบอ่านงานประเภทจิตวิทยาวิเคราะห์หรือวิทยาศาสตร์แบบนี้ ขอบอกว่าเรียนจบมาทางด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ และเกลียดวิชาคณิตศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจด้วยคิดว่าบวกลบคูณหารเงินเป็นก็พอแล้ว (บางที่แค่บวกลบคูณหารที่ว่านี้ยังต้องใช้เครื่องคิดเลขช่วย)
 
ดนตรีที่ใช้ที่สุดคือ เพลงบรรเลงกึ่งคลาสสิค ชอบเพลงที่มีเสียงเปียโนและไวโอลิน แม้ช่วงหลังมานี้จะมีปันใจไปหานักร้องเกาหลีตามกระแส แต่เพลงชอบอันดับหนึ่งตลอดกาลก็ยังเป็นเพลงคลาสสิค เพลงโปรดคือ Piano Concerto No.2 ของ Rachmaninoff, Violin Concerto No.1 ของ Tchaikovski และ Violin Sonata Op.82 in E minor ของ Edward Elgar คลั่งไคล้ Wiener Symphoniker กับ Herbert von Karajan เข้าไส้
 
เป็นคนเกลียดหนังรักทุกประเภท กลัวหนังผีและหนังสยองขวัญแต่ชอบดูมาก ตอนนี้พยายามจะลองดูหนังแนวทดลองแต่ไม่ประสบความสำเร็จ (เพราะไม่เก็ท) งานอดิเรกคือเปียโน หนังสือ เพลง หนัง อะไรก็แล้วแต่ทางด้านศิลปะวัฒนธรรม แต่ถ้าตอนอยู่เกาหลีงานอดิเรกคือพิพิธภัณฑ์เพราะทุกเสาร์-อาทิตย์มักจะตามหาพิพิธภัณฑ์แล้วเปลี่ยนที่นอน ความฝัน อยากเที่ยวรอบโลกและอยากศัลยกรรมตาสองชั้น (กลัวเจ็บง่ะ)
 
.
 
.
 
.
 
จบการเจิมบล็อกไปแล้ว วันนี้ประเดิมเริ่มแรกจากมหาวิทยาลัยในกรุงโซลเสียก่อนว่ามีอะไรเด่นๆ หลักๆกันบ้าง อาจจะเริ่มเรื่อยเปื่อยไปถึงมหาวิทยาลัยนอกกรุงโซล แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เนฟเองก็ไม่รู้จักมากมายเหมือนกัน แหะแหะ อาจจะพอบอกได้คร่าวๆถึงหน้าตาของมันก็แล้วกันนะ
 
1. Seoul Nat'l University (서울국립대학교)
 
มหาวิทยาลัยแห่งชาติของเกาหลี เป็นมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าเป็น  1 ใน YES (เป็นหนึ่งในชื่อย่อของมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีค่ะ มหาวิทยาลัยโซลก็คือ S) นักเรียนมีแต่เด็กหัวกะทิ ใครๆก็อยากสอบเข้า ที่นี่มีโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยด้วย แต่นักเรียนเหมือนเด็กเนิร์ดไปหน่อย ที่หน้าตาดีๆสามารถพบได้ที่คณะบริหารธุรกิจ แฮ่!
 
 
 
2. Yonsei University (연세대학교)
 
มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศเกาหลี ก่อตั้งขึ้นโดยบาทหลวงคริสเตียนในปี 1885 เป็นหนึ่งใน YES (ตัวอักษร Y) มหาวิทยาลัยยอนเซเน้นกิจกรรมและกีฬา (นักกีฬาทีมฮอคกี้น้ำแข็งหล่อมาก) มีอัตรานักศึกษาชายมากกว่านักศึกษาหญิงเกือบเท่าตัว (เขาว่ากันว่านะคะ) ถือเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศเกาหลี เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายค่ะ
 
 
 
3. Ehwa Woman University (이화여자대학교)
 
มหาวิทยาลัยสตรีแห่งแรกของประเทศเกาหลี และเป็นมหาวิทยาลัยสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นหนึ่งใน YES (ตัว E) ก่อตั้งในปี 1888 ต่อจากมหาวิทยาลัยยอนเซ เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เขาแซวกันว่ามีแต่ลูกคุณหนูที่จะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ อย่างว่า - ที่นี่คือมหาวิทยาลัยสตรีเพราะฉะนั้นจึงไม่มีผู้ชายเรียนอยู่ด้วยแม้แต่คนเดียว แต่สถาบันภาษามีการรับนักศึกษาชายเข้ามาเรียนแต่ก็มีจำนวนน้อย
 
 
 
5. Kyunghee University (경희대학교)
 
มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังอีกแห่งของประเทศเกาหลี จำนวนนักศึกษาที่เป็นคนดังทางหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ก็มีจำนวนมาก ขึ้นชื่อเรื่องอาคารเรียนที่สวยงามประหนึ่งถอดแบบมาจากประเทศอังกฤษ (และหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์) นอกจากนี้มหาวิทยาลัยคยองฮียังเป็นสถานที่จัดสอบวัดระดับความสามารถทางการใช้ภาษาเกาหลี (TOPIK: Test of Proficiency in Korean) อีกด้วย
 
 
 
5. Korea University (고려대학교)
 
 
มหาวิทยาลัยชื่อดังทางด้านความมีเงินของนักศึกษา เป็นไม้เบื่อไม้เมากับมหาวิทยาลัยยอนเซมาแต่ไหนแต่ไร ทุกปีจะมีงานแข่งกีฬาระหว่างสองมหาวิทยาลัยประจำปี จะเรียกว่าคล้ายนัดจุฬา-ธรรมศาสตร์ก็ไม่ผิดนักเพราะแม้จะมีกีฬาหลากหลายประเภท (ประมาณ 6 - 7 ชนิดกีฬา) แต่นัดสำคัญที่คนแห่กันไปดูจนเต็มสนามคือ ฟุตบอล สีประจำมหาวิทยาลัยก็เป็นสีแดงตัดกับสีประจำมหาวิทยาลัยของยอนเซคือสีน้ำเงิน (เกิดมาไม่ได้คู่กันจริงๆ)
 
 
6. Hankuk University of Foreign Studies (한국외국어대학교)
 
 
เป็นมหาวิทยาลัยที่สมชื่อตัวจริงๆคือศึกษาเกี่ยวกับต่างชาติไม่ว่าชาติไหนๆ ที่แน่ๆคือที่นี่มีการสอนภาษาที่หลากหลายมากจนแทบจะทั่วโลก มีการเรียนภาษาไทยอย่างเข้มข้นถึงขนาดที่ว่าเด็กที่จบมาสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วและมีการจัดให้แลกเปลี่ยนนักศึกษามาเรียนที่ประเทศไทยด้วย และที่บอกว่ามีภาษาทั่วโลกจริงๆนี่ไม่รู้ แต่รู้ว่าที่แน่ๆมีการเรียนภาษา "สวาฮิลี" ของพวกมาไซในแอฟริกาด้วยล่ะ อืม...
 
 
7. Sogang University (서강대학교)
 
ขึ้นชื่อทางด้านการเรียนภาษาเกาหลีในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่ประเทศเกาหลี เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการพูดเป็นเร็วเนื่องจากมหาวิทยาลัยนี้เน้นเรื่องการพูดภาษาเกาหลีเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการเปิดหลักสูตรภาคค่ำสำหรับชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศเกาหลีอีกด้วย ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมพอสมควรนะ ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยยอนเซและอีฮวาด้วย
 
 
8. Hongik University (홍익대학교)
 
เปรียบเทียบกับเมืองไทยก็เป็น "มหาวิทยาลัยศิลปากร" ว่ากันดื้อๆแบบนี้เพราะที่นี่เน้นคณะทางด้านศิลปะ สถาปัตย์ ออกแบบทั้งหลายแหล่ และตัวนักเรียนเองก็มีความเป็น "ศิลปะ" สูง หรือเรียกง่ายๆว่าอาร์ตตัวพ่อตัวแม่กันทั้งนั้นแล ตัวมหาวิทยาลัยเองก็จะไม่ออกแบบมาให้มีศิลปกรรมตามแบบตะวันตกโบราณ แต่จะให้ความรู้สึกทันสมัยพอๆกับอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยโซล แต่จะมีลูกเล่นกับสถาปัตยกรรมเล็กน้อยคาดว่าแสดงให้เห็นถึงความเป็น "ฮงอิก" น่ะนะ
 
 
.
 
.
 
.
 
มหาวิทยาลัยอื่นๆจริงๆก็มีอีก แต่เอาแค่นี้ไปก่อนก็แล้วกัน ตอนเห็นน่ะคิดว่าไม่เหนื่อย แต่เอาเข้าจริงเหนื่อยเป็นบ้าเลย!
 
ปัจฉิมลิขิต. นักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยปูซานหล่อมาก คอนเฟิร์ม!
 
Best Regards,
Nefin.

Comment

Comment:

Tweet